คู่มือเจ้าของมือใหม่ 5 ขั้นตอนสำคัญ เตรียมต้อนรับหมาแมวที่มาจากต่างประเทศ - Arak Animal Hospital

สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของมือใหม่เตรียมตัวก่อนรับน้องหมาน้องแมวจากต่างประเทศมาเลี้ยง

ผู้เขียน : สพ.ญ. นวลรัตน์ นทีทวีศักดิ์

 ปัจจุบันแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมานิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ต่างประเทศมากขึ้น เช่น มอลติพู (Maltipoo) จากประเทศเกาหลี สุนัขพันธุ์ลูกผสมระหว่าง Poodle และ Maltese หรือ แมว Ragdoll (แร็กดอลล์) น้องแมวขนยาวขี้อ้อนที่นิยมนำเข้าจากประเทศรัสเซีย ซึ่งการต้อนรับน้องหมาหรือน้องแมวจาก ต่างประเทศ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น หลายคนอาจคิดว่าแค่เลือกสายพันธุ์ที่ชอบ แล้วรอวันให้น้องเดินทางมาก็พอ แต่ในความจริงแล้ว การรับสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ทั้งเรื่องเอกสารนำเข้า ขั้นตอนตรวจสุขภาพ กฎระเบียบของแต่ละประเทศ รวมไปถึงการเตรียมบ้านและสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการปรับตัวของน้องหลังเดินทางไกล การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ สิ่งเหล่านี้จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ในการสร้างความรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตใหม่ในครอบครัวของเราได้อย่างมีความสุข 

ขั้นตอนการเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าของมือใหม่

5 การเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าของมือใหม่ที่รับสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ ได้แก่ เตรียมที่อยู่อาศัย, เตรียมเอกสารสัตว์เลี้ยง, เลี่ยงเปลี่ยนอาหารทันที, วางแผนฝึกสอนอ่อนโยน, และ เฝ้าระวังโรคติดต่อจากต่างประเทศ

  1. เตรียมความพร้อมเรื่องที่อยู่อาศัย  เจ้าของต้องเช็คความพร้อมของที่อยู่อาศัยว่าเพียงพอและเหมาะสมกับน้องๆ แต่ละสายพันธุ์หรือไม่ และแนะนำให้จัดโซนมุมเงียบสงบ วางที่นอน ผ้าห่ม หรือของเล่นไว้ให้เขารู้สึกว่ามี "พื้นที่ของตัวเอง" 
  2. เตรียมเอกสารประจำตัวสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีเอกสาร  2 ส่วน ดังนี้  

-เอกสารไมโครชิพ  

-เอกสารรับรองสุขภาพก่อนเดินทาง  
ประกอบด้วย ข้อมูลการถ่ายพยาธิ การป้องกันเห็บหมัด และข้อมูลการฉีดวัคซีนครบถ้วน ซึ่งน้องๆ ก่อนจะย้ายบ้านมาจากต่างประเทศควรได้รับวัคซีนหลักพื้นฐานมาแล้ว โดยเฉพาะวัคซีนพิษสุนัขบ้า ที่ต้องได้รับการฉีดไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเดินทาง รวมถึงข้อมูลการตรวจโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสลำไส้อักเสบ โรคไวรัสในแมว เป็นต้น 

3. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารใหม่ทันที ในช่วงแรก ควรให้อาหารชนิดเดียวกับที่สัตว์เลี้ยงของคุณเคยกินจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการปรับตัวของระบบทางเดินอาหาร หากต้องการเปลี่ยนอาหารใหม่ ให้เริ่มจากการผสมอาหารใหม่กับอาหารเดิมทีละน้อย แล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่ เพื่อให้ลำไส้สามารถปรับตัวได้ 

4. วางแผนการฝึกสอนอย่างอ่อนโยน โดยช่วงแรก ๆ ควรใช้การฝึกแบบ Positive Reinforcement หรือการฝึกเชิงบวก เชิงให้รางวัล  

5. ติดตามและเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มาจากต่างประเทศ โดยปกติหลังจากที่เจ้าของรับสัตว์เลี้ยงเข้าบ้านแล้ว หมอจะแนะนำให้สังเกตอาการและแยกบริเวณที่อยู่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อติดตามอาการป่วยของโรคติดเชื้อต่างๆ ที่อาจจะแฝงมา เช่น  มีอาการอาเจียน ท้องเสีย ซึม มีขี้มูก ชี้ตา หอบหายใจ ดังนั้นหากมีสัตว์เลี้ยงตัวเก่าอยู่แล้ว ต้องแยกที่อยู่ อย่าเพิ่งให้อยู่ร่วมกัน เพราะบางครั้งโรคที่เขานำติดตัวมาด้วยอาจไม่แสดงอาการทันที แต่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว หรือแพร่สู่สัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้านได้ 

ตรวจสุขภาพน้องหมาน้องแมวจากต่างประเทศที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์  

เช็คลิสต์และแนวทางการตรวจสุขภาพสำหรับน้องหมา-แมวจากที่มาต่างประเทศ ที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ มี 6 รายการ เช่น ตรวจร่างกาย, ตรวจอุจจาระ, ตรวจเลือดหาพยาธิหนอนหัวใจ, ตรวจโรคไวรัสลิวคีเมีย, ตรวจวัคซีน, และวางแผนป้องกันปรสิต

  • ตรวจร่างกายโดยรวม ประเมินอวัยวะต่างๆ เช่น ช่องปาก ตา หู ผิวหนัง หัวใจ ปอด ข้อกระดูก และต่อมน้ำเหลืองภายนอก 
  • พิจารณาตรวจอุจจาระเพื่อคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ ตรวจพยาธิทางเดินอาหารและเชื้อโปรโตซัว 
  • พิจารณาตรวจเลือดเพื่อตรวจพยาธิในเม็ดเลือด พยาธิหนอนหัวใจ 
  • วางแผนโปรแกรมป้องกัน เห็บ หมัด 
  • พิจารณาตรวจโรคติดเชื้อไวรัสลิวคีเมีย ไวรัสเอดส์แมว หรือเชื้อไวรัสโคโรนา 
  • ตรวจประวัติการฉีดวัคซีน และนัดวันที่ต้องกระตุ้นวัคซีนซ้ำ บางกรณีแม้น้องจะเคยฉีดวัคซีนมาแล้ว แต่ในบางประเทศมาตรฐานโปรแกรมการฉีดวัคซีนต่างจากที่ใช้ในไทย หมอจึงต้องนัดกระตุ้นวัคซีน 

ภาพสัตวแพทย์หญิงตรวจร่างกายแมวพันธุ์ Ragdoll ที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ในภาพขวามีแมว Ragdoll 2 ตัวรอตรวจอย่างสงบ

ทำไมรับน้องหมาน้องแมวมาวันแรก หมอถึงยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน? 

เนื่องจากวันแรก ถือเป็นวันปรับตัว น้องหมาน้องแมวอาจเกิดความเครียดที่ต้องพบกับเจ้าของคนใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ เพลียจากการเดินทาง รวมถึงอาจกำลังเริ่มป่วยโดยยังไม่แสดงอาการ การฉีดวัคซีนในช่วงนี้ภูมิคุ้มกันมักจะทำงานหนัก หรือ ภูมิคุ้มกันตกอยู่ ทำให้วัคซีนสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันลดน้อยลง 

หมอจึงไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในวันแรกที่เพิ่งรับมาเลี้ยงเลยทันที และ แนะนำให้แน่ใจว่าร่างกายสุนัขและแมวกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีก่อนการฉีดวัคซีนนั่นเอง  

สอบถามเพิ่มเติม และนัดหมาย

แชร์